วันพุธ, สิงหาคม 30, 2549

คนไทยต้อง"เลือกข้าง" ข้างของความถูกต้อง

ผมเกลียดนิสัยคนไทยที่ชอบplay saveว่างตัวเป็นกลางมาเสมอ วันนี้(30 ส.ค.) อดีตนายกรัฐมนตรี นายอานันท์ ปัญยารชุน ออกมาพูด ตำหนิสังคมไทยว่า "สังคมไทยใช้คำว่าเป็นกลางพร่ำเพรื่อ"ได้ถูกใจผมมาก


ผมประกาศเลยว่าผมไม่เป็นกลาง ในชีวิตผมไม่เคยเป็นกลาง ไม่เคยเป็นกลางระหว่างความถูกกับความผิด ไม่เคยเป็นกลางระหว่างความดีกับชั่ว ไม่เคยเป็นกลางระหว่างประชาธิปไตยกับความไม่เป็นประชาธิปไตย ระหว่างธรรมกับอธรรม ไม่เคยเป็นกลางระหว่างกติกาตามรัฐธรรมนูญกับกติกาจัดตั้งระหว่างอิสรภาพของสื่อกับการกีดกั้นอิสรภาพ ผมอยู่ฝ่ายหนึ่งเสมอไป และตลอดชีวิตของผมก็หวังว่าฝ่ายที่ผมอยู่จะเป็นฝ่ายที่ถูกต้อง

วิกฤตการเมืองคราวนี้ได้เห็นผู้ใหญ่ในสังคมทนเห็นความไม่ถูกต้องที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองไม่ไหว ออกพูดให้คนไทยต่อสู้เพื่อความถูกต้องแล้ว ผมคนไทยคนหนึ่งมีกำลังใจที่จะสู้ขึ้นมาได้ไม่น้อยเหมือนกัน


วิธีแก้
1. คนไทยต้องเลือกข้าง ข้างของความถูกต้อง

ดูเพิ่ม
“อานันท์” ปลุกสังคมเลือกข้างความดี - ย้ำผู้นำต้องเป็นของคนทั้งชาติ โดยผู้จัดการออนไลน์

วันอังคาร, สิงหาคม 08, 2549

สาเหตุที่ประเทศไทยไม่เจริญ

คือ... คนไทยไม่ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดี

โลกาภิวัฒน์อาจจะทำให้ผู้ที่ขาดความเข้าใจบางคนนึกว่าประเทศเราเจริญเทียบทันกับประเทศที่เจริญแล้วนานาประเทศแล้ว เพราะสิ่งที่เค้ามีกันเราก็มีแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเครื่องอำนวยความสะดวกต่างๆ โทรศัพท์มือถือ รถไฟฟ้า ตึกรามบ้านช่อง แต่เป็นความจริงที่ถึงไม่อยากจะยอมรับก็ต้องยอมรับว่าประเทศไทยเรายังด้อยพัฒนากว่าประเทศที่พัฒนาแล้วมากนัก แต่ที่แย่กว่านั้นคือดูเหมือนว่าเราจะยังไม่รู้ตัว แต่ที่แย่ยิ่งไปกว่านั้นคือดูเหมือนว่าเราไม่รู้ว่าต้องทำอะไรถึงประเทศจะเจริญ และที่แย่ที่สุดคือดูเหมือนว่า เราไม่ต้องการจะเจริญ

สาเหตุที่ประเทศไทยไม่เจริญมีมากมายมหาสาร แต่ถ้าให้สรุปเป็นหนึ่งคำที่ครอบคลุมที่สุด สาเหตุนั้นก็คือ "คนไทย" ก็จะเป็นอะไรไปอะไรอื่นไปได้อย่างไร เมื่อโลกยุคปัจจุบัน(พันๆปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน)ทุกสิ่งที่อยู่รอบตัวเราตอนนี้มนุษย์เป็นผู้สร้าง(แทบ)ทุกอย่าง ความเจริญทางวัฒนธรรมหรือวัตถุก็เกิดจากมนุษย์ ประเทศที่พัฒนาแล้วผู้ที่พัฒนาก็คือประชาชนทุกๆคนในประเทศของเขา ประเทศไทยอยากจะพัฒนาก็ต้องเริ่มจากพวกเราทุกๆคน ไม่มีใครรัฐบาลไหนจะมาเสกให้ประเทศเจริญในช่วงข้ามปีได้ ความเจริญทางวัตถุที่แลกมาด้วยเงินก็ไม่อาจจะสร้างความเจริญให้ประเทศได้ เมื่อประชาชนในประเทศยังไม่เจริญทางความคิดและการกระทำ

คุณเคยถามตัวเองบ้างหรือไม่ว่าตัวเองได้ช่วยทำให้ประเทศเจริญขึ้น หรือถ่วงให้ประเทศด้อยลง(ไปอีก) การพัฒนาประเทศไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นเรื่องที่เราทุกคนทำทำอยู่ในทุกๆขณะ ไม่ว่าจะในหน้าที่การงาน ในหน้าที่ของผู้เป็นพ่อเป็นแม่หรือเป็นลูก ในหน้าที่ของประชาชนผู้มีสิทธิในระบอบการปกครองประชาธิปไตย ทุกๆการกระทำส่งผลลัพธ์ ถ้าเราทำดี ทำหน้าที่ต่างๆของตัวเองให้ดีที่สุด เราก็คือหนึ่งพลังของผู้ร่วมพัฒนาประเทศแล้ว ถ้าประเทศไทยเรามีคนที่ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีมากกว่าที่ไม่ทำแล้ว ประเทศไทยของเราก็จะเจริญขึ้นมาเอง

เพราะฉะนั้นสาเหตุที่ประเทศไทยไม่เจริญเป็นเพราะคนไทยไม่ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีนั้นเอง

วิธีแก้
1. ง่ายๆครับ ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดก็พอครับ เริ่มตนที่ตัวเอง

ดูเพิ่ม
ความนึกคิดและทัศนคติของประชาชนกับการพัฒนาประเทศ

วันพุธ, กรกฎาคม 26, 2549

คนไทยไม่กลัวโง่ แต่กลัวว่าคนอื่นจะคิดว่าเราโง่

กาแฟดำแห่งกรุงเทพธุรกิจเขียนไว้ได้ตรงใจมาก "คนไทยเราไม่กลัวโง่ แต่กลัวว่าคนอื่นจะคิดว่าเราโง่" คงไม่ต้องบรรยายอะไรเพิ่มเติ่มอีก :)


คนไทยเราต่างหากที่มี "ลีลา" และ "ฟอร์ม" มากเกินไป ความพยายามจะเรียนรู้ในสิ่งที่ไม่รู้นั้นถูกขัดขวางโดย "ความหน้าบาง" ของคนไทยเองที่ไม่กล้าถาม เพราะกลัวว่าการถามจะเป็นการ "แสดงความโง่" ของตัวเอง

ในขณะที่เพื่อนบ้านอย่างเวียดนามและพม่า เขาถามทุกเรื่องที่เขาอยากรู้ เพราะเขาไม่กลัวว่าใครจะคิดว่าเขาโง่ เพราะพอเขาถามแล้วได้คำตอบจากผู้ที่รู้ วันรุ่งขึ้นเขาก็กลายเป็นคนฉลาดอยู่แล้ว แต่ถ้าไม่ถาม หรือไม่กล้าถาม ก็ยังจะต้องโง่ต่อไป

คนไทยเราไม่กลัวโง่ แต่กลัวว่าคนอื่นจะคิดว่าเราโง่ และนี่แหละคือที่มาของความไม่ฉลาดของเราทั้งหลายทั้งปวง

โดย กาแฟดำ



วิธีแก้
1. คนไทยแต่ละคนในสังคม เริ่มจากที่ตัวเอง ช่วยกันกำจัดค่านิยม "ไม่กลัวโง่แต่กลัวคนอื่นคิดว่าตัวโง่" โดยยอมรับในสิ่งที่ตัวเองไม่รู้ และมีความกระตื้อรือล้นที่จะเรียนรู้ในสิ่งใหม่ๆ
2. ไม่ดูถูกผู้ที่ไม่รู้ ให้คิดว่าก่อนที่ตัวเองจะรู้ ตัวเองก็ไม่รู้มาก่อนเหมือนกัน

วันพุธ, กรกฎาคม 19, 2549

Individual Attitude to promote Thai open source

ทัศนะระดับบุคคลช่วยพัฒนาโอเพ่นซอร์สไทย

from IT destination blog



ถ้าเรายังทำเฉยๆ ไม่หนุนการใช้ลีนุกซ์/โอเพ่นซอร์สแบบจริงๆจังๆ แล้วล่ะก็วันนึง เราคงได้เสียเงินซื้อซอฟต์แวร์จากประเทศเพื่อนบ้านเราแน่ๆ หรือไม่ก็ถูกแรงงานไอทีของเค้าเข้ามาแย่งงานทำ หรือไม่อาจจะต้องเชิญเค้ามาเป็นที่ปรึกษาโครงการโอเพ่นซอร์สเป็นแน่แท้


วิธีแก้ (จากIT destination blog)
อันที่จริงแล้ว ทั่วโลกเค้าใช้กลไกขับเคลื่อนโอเพ่นซอร์สจากกลุ่มคนเล็กๆ เท่านั้น
ทำงานชิ้นเล็กๆ แล้วจึงขยายผลไปทีละเล็กทีละน้อยจนเติบโตแข็งแกร่ง อย่างที่เห็นได้จากซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์สหลายๆ ตัว แม้แต่เคอร์เนลลีนุกซ์ก็เกิดจากคนแค่ 2-3 คนริเริ่มขึ้นเท่านั้น

การที่จะทำให้ภาพความสำเร็จมีความกระจ่างชัดขึ้นได้นั้น จึงต้องเริ่มจากระดับตัวบุคคลก่อนไม่ใช่คาดหวังจากระดับองค์กรหรือภาครัฐ

ซึ่งการเริ่มต้นระดับบุคคลที่ว่านี้ มีหลัก 3 ประการ หรือ 3 ส. คือ

1. ส่วนรวม หมายถึง จะทำอะไรก็เห็นแก่ประโยชน์ของส่วนรวมเป็นสำคัญ เป็นความตั้งใจที่อยากเห็นสังคมส่วนรวม(ไอทีในประเทศของเรา) เจริญขึ้น พึ่งพาตนเองได้ มีภูมิคุ้มกันมีเข้มแข็ง ถ้าแต่ละบุคคลตระหนักถึงประโยชน์ของส่วนรวมแล้วก็จะทำงานด้วยความบริสุทธิ์ใจและนำตนเองพ้นจากอคติทั้งหลาย

2. เสียสละ คือ ยอมที่จะเป็นผู้ให้โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน มีน้อยก็ให้น้อย มีมากก็ให้มาก ไม่ว่าจะเป็นแรงกาย ทรัพย์สิน เวลา สติปัญญา ความรู้ รวมไปถึงความรู้สึกคับข้องที่อาจจะเกิดขึ้นได้จากการทำงานร่วมกับผู้อื่น หากนำความเสียสละคนละเล็กละน้อยมารวมกันย่อมเกิดกำลังที่มากขึ้นได้ซึ่งนำไปสู่ความเจริญของทุกฝ่ายในที่สุด

3. สนุก ข้อนี้สำคัญมาก บุคคลไม่ว่าจะเป็นใครหากทำงานด้วยความสนุกย่อมจะทำได้ไม่รู้จักเหน็ดจักเหนื่อย สำเร็จก็สนุก ยังไม่สำเร็จก็สนุก มีความสุขกับการทำหน้าที่ของตนเอง คนที่คิดและทำอย่างสนุกจะเป็นคนที่ไม่รู้สึกว่าเสียเวลาหรือขาดทุน มีแต่กำไร ถ้าคุณเคยอ่านหนังสือ “เอามัน” ของนาย Linus Torvald ก็จะเข้าใจว่าลีนุกซ์ก็เกิดจากความสนุกของเค้านี่เอง


burlight: สรุปคือ communityต้องพึ่งตัวเอง อย่าหวังพึ่งหน่วยงานรัฐ และขับเคลื่อนโครงการโอเพ่นซอร์สโดยหลักการ 3 ส.

วันอังคาร, กรกฎาคม 18, 2549

ต้องส่งเสริมคนดี ควบคุมคนไม่ดี

"ในบ้านเมืองนั้น มีทั้งคนดีและคนไม่ดี ไม่มีใครจะทำให้คนทุกคนเป็นคนดีได้ทั้งหมด การทำให้บ้านเมืองมีความปรกติสุขเรียบร้อย จึงมิใช่การทำให้ทุกคนเป็นคนดี หากแต่อยู่ที่การส่งเสริมคนดี ให้คนดีได้ปกครองบ้านเมือง และควบคุมคนไม่ดี ไม่ให้มีอำนาจ ไม่ให้ก่อความเดือดร้อนวุ่นวายได้ ....."
พระบรมราโชวาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในงานพิธีเปิดงานชุมนุมลูกเสือแห่งชาติ ครั้งที่ 6 ค่ายวชิราวุธ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2512

ในบรรดาพระบรมราโชวาทของพระบามสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทั้งหมด(จะพูดให้ถูกคือที่ผมเคยได้ฟัง) ผมชอบอันนี้มากที่สุด เพราะ(อย่างที่ท่านได้ดำรัส)คนเรามีหลากหลาย บ้างก็ดี บ้างก็เลว การจะเปลี่ยนคนอื่นเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก(เปลี่ยนตัวเองยังเปลี่ยนยากเลย) เพราะฉะนั้นสิ่งที่สังคมควรจะต้องทำคือ "ให้คนดีได้ปกครองบ้านเมือง และควบคุมคนไม่ดี ไม่ให้มีอำนาจ ไม่ให้ก่อความเดือดร้อนวุ่นวายได้" แต่เมื่อใดที่มีคนเลวมากกว่าคนดีแล้ว หรือคนเลวได้ครองเมืองแล้วล่ะก็... วิกฤต! (เหมือนประเทศไทยในยุคปัจจุบัน (-_-')

วิธีแก้
1. เป็นหน้าที่ของคนดีที่จะต้องไม่เพิกเฉย ต้องช่วยกันทำให้คนเลวไม่มีอำนาจบทบาท (จะให้หนักกว่านั้น ต้องช่วยกันรุมประนาม :D )

ดูเพิ่ม
พระบรมราโชวาทและพระราชดำรัส ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

วันพฤหัสบดี, มิถุนายน 29, 2549

Foreign Language as just a basic knowledge

จงศึกษาภาษาต่างประเทศ เพื่อให้เป็นความรู้พื้นฐาน


พระบรมราโชวาท พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า ร.5

จงเข้าใจว่าภาษาต่างประเทศนั้นเป็นแต่พื้นของความรู้ เพราะวิชาความรู้ในหนังสือไทยที่มีผู้แต่งไว้นั้นเป็นแต่ของเก่าๆ มีน้อย เพราะมิได้สมาคมกับชาติอื่นช้านานเหมือนวิชาการในประเทศยุโรปที่ได้สอบสวนซึ่งกันและกันจนเจริญรุ่งเรืองมาก แล้วนั้น ฝ่ายหนังสือไทยจึงไม่พอที่จะเล่าเรียน จึงต้องไปเรียนภาษาอื่นเพื่อจะได้เรียนวิชาให้กว้างขวางออก แล้วจะเอากลับลงมาใช้เป็นภาษาไทยทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นจะทิ้งภาษาของตัวให้ลืมถ้อยคำที่จะพูดให้สมควรเสีย หรือจะลืมวิธีเขียนหนังสือไทยที่ตัวได้ฝึกหัดแล้วเสียนั้นไม่ได้เลย ถ้ารู้แต่ภาษาต่างประเทศ ไม่รู้เขียนอ่านแปลลงเป็น ภาษาไทยได้ก็ไม่เป็นประโยชน์อันใด...
พระบรมราโชวาทพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานแด่พระเจ้าลูกยาเธอ ซึ่งไปทรงศึกษาในประเทศยุโรป เมื่อ พ.ศ. ๒๔๒๘



ผมเห็นด้วยกับสมเด็จปู่ร.๕ ภาษาต่างประเทศเป็นภาษาที่จำเป็นที่จะต้องศึกษาเพื่อให้เป็นพื้นฐานความรู้สำหรับศึกษาศาสตร์ในแขนงอื่นๆต่อไปได้อย่างลึกซึ้ง ไม่ได้เป็นสุดหมายปลายทาง คนไทยจำนวนมากศึกษาภาษาต่างประเทศโดยลืมความจริงอันนี้ไป
"ใช่ภาษาต่างประเทศสำคัญ เพราะมันเป็นประตูสู่โลกความแห่งรู้ที่กว้างขึ้น แต่เมื่อเปิดประตูเข้าไปแล้ว ไม่นำความรู้มาทำประโยชน์ให้สังคมไทย ความรู้ต่างประเทศที่ศึกษามา ก็ไร้ค่าสำหรับสังคมไทย"



วิธีแก้
1. ครูในสังคมไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่หรือครูที่โรงเรียน ต้องให้ความสำคัญกับภาษาต่างประเทศให้ถูก ให้เด็กเข้าใจว่ามันสำคัญอย่างไร ไม่ใช่ว่าสำคัญเพราะเพื่อที่จะให้พูดได้เหมือนฝรั่ง หรือเพื่อจะได้เข้าไปทำงานบริษัทฝรั่ง

วันเสาร์, มิถุนายน 24, 2549

Airport Tax at Bangkok Int' Airport

ภาษีท่าอากาศยาน เก็บก่อนไม่ได้หรือ?

ภาษีท่าอากาศยาน Thailand airpot taxใบเสร็จ ภาษีท่าอากาศยาน


กว่าจะได้ขึ้นเครื่องบิน นอกจากยังจะต้องมาcheck-inที่เคาเตอร์แล้ว ผู้ที่ใช้บริการท่าอากาศยานดอนเมือง ยังต้องมาหยอดเงินซื้อ ภาษีท่าอากาศยาน(airport tax)อีก ทำไมท่าอากาศยานของประเทศอื่นไม่เห็นจะต้องมาทำอะไรอย่างนี้เลย เค้ารวมเข้ากับตั๋วโดยสารเลย ท่าอากาศยานก็ไปเรียกเก็บกับสายการบินต่างๆเองซิ เสียเวลาผู้โดยสารจริง

คราวที่แล้วที่ไปดอนเมืองเห็นฝรั่งคนหนึ่งจะออกไปด่านตรวจคนออกนอกประเทศแล้วไม่มีเงินบาท(ก็แล้วจะมีไปทำไมอีกล่ะตั้ง500บาทจะกลับประเทศแล้ว) ไปถามเคาเตอร์ว่ารับดอลล่าร์ไหม เจอตอบว่ารับแต่เงินบาท ฝรั่งเลยหัวเสียใหญ่ บอกว่า “That’s a very bad information!” (ที่ต้องมาจ่ายอะไรตอนนี้อีกจะกลับอยู่แล้ว และก็รับแต่เงินบาท)”

วิธีแก้
1. รีบๆเปลี่ยนให้มันเหมือนนานาประเทศเค้า ท่าอากาศยานไปเรียกเก็บกับสายการบินต่างๆเอง (รีบๆเลย ทำให้คนไทยและเทศหัวเสียมาเยอะพอแล้ว)


เครื่องจ่าย ภาษีท่าอากาศยาน Thailand airpot tax machineฝรั่งจ๋า ธนบัตรเหล่านี้ต้องพกติดตัวไว้จนว่าจะขึ้นเครื่องบินนะจ้ะ (ไม่ก็พกเหรียญ10บาทให้สัก50เหรียญนะจ้ะ)


เอ่อ... ว่าแต่เครื่องนี้รับแบงค์ได้ ทำไมแต่เครื่องที่บีทีเอสรับไม่ได้ล่ะ? (- -")