วันพุธ, กรกฎาคม 11, 2550

ย้ายบล็อก

เนื่องด้วยความมืดมนของชื่อบล็อก "ปัญหาในประเทศไทย" ส่งผลให้ผู้เขียนมืดมนหมดอารมณ์เขียน ทำให้หลังๆไม่ค่อยได้เขียน (ไม่รู้เกี่ยวกันรึเปล่า แต่หลังๆ กลายเป็นคนหงุดหงิดง่าย) จึงขอย้ายไปเขียนเรื่องที่มีวัตถุประสงค์เดิมที่

สวัสดี

บัวขาว ป. ประมุข นักมวยไทย ชื่อก้องโลก



คนไทยหลายคนที่อยู่เมืองไทยคงจะไม่รู้จัก นักมวยไทยชื่อ"บัวขาว" แต่เขาคนนี้คือนักมวยไทยที่มีชื่อเสียงก้องโลก เป็นชื่อชอบของผู้ชื่นชอบศิลปการต่อสู้ไปทั่วโลก ด้วยลีลาการเตะที่ดุดันและความเก่งกาจที่หาตัวเทียบยาก บัวขาวเข้าชิงชนะเลิศเควันแมกซ์ติดต่อกันตั้งแต่ปีพ.ศ.2547มาแล้วสามครั้ง และเป็นแชมป์ได้ถึงสองสมัย

เมื่อวันที่30 มิ.ย.ที่ผ่านมาบัวขาวชนะเลิศรายการดังกล่าวได้อีกครั้ง แต่เป็นที่น่าเสียดายว่า สื่อในประเทศไทยไม่ให้ความสำคัญกับความสำเร็จดังกล่าวของคนไทย แต่มุ่งให้ความสำคัญกับฟุตบอลโลกที่ประเทศไทยไม่ได้มีส่วนร่วมแข่งขันแต่อย่างใด ....

วิธีแก้
1. สื่อควรจะทำหน้าที่ช่วยส่งเสริมสังคมไทย ไม่ใช่สนใจทำแต่ข่าวที่ขายได้(อย่างฟุตบอลโลกออกข่าวมันทุกวันทั้งวัน ไปทำข่าวถึงเยอรมัน ถามหน่อยสังคมไทยได้อะไรบ้าง?)

ดูเพิ่ม
1. บัวขาวคือใคร?
2. ดูว่าคนไทยที่ชื่อ"บัวขาว" เก่งขนาดไหน

โพสต์ครั้งแรก ก.ค. 2549 แก้ไขล่าสุดวันที่ buggy blogger เขียนไว้ด้านบน

วันอังคาร, กรกฎาคม 03, 2550

โมโตโรล่า ลูกค้ามาหลัง

ลูกค้ามาก่อน อันที่จริงก็เป็นเพียงการ "เอาใจเขามาใส่ใจเรา เท่านั้นเอง"
บ้านเราบางที ไม่สนใจกับการบริการ ไม่คิดว่า ลูกค้าคือผู้ที่นำรายได้มาให้

เมื่อคืนก่อนเอาโทรศัพท์มือถือโมโตโรล่า ไปซ่อม ที่ศูนย์ที่สยามพารากอน ซึ่งเป็น 1 ใน 2 ศูนย์ในกรุงเทพฯ แต่ก็ได้รับบริการที่ไม่ดี ไปถึงที่ร้าน ประมาณ 19:45น. ร้านยังไม่ปิด แต่ก็ดูร้างๆ พอเดินเข้าไปพนักงานหญิงคนนึงก็เดินงงๆมาหา พอบอกว่าเอาเครื่องมาซ่อม เขาก็บอกว่า "ปิดแล้ว" พร้อมกับชี้ไปที่เสาที่มีกระดาษปริ้นอิ้งเจ็ทแปะว่า "ปิดรับบัตรคิว 19:00 น. ปิดรับเครื่องซ่อม 19:30 น." ให้อ่านเอาเองว่า ปิดแล้วจริงๆด้วย พอมองไปตรงช่องให้บริการ ก็เห็นพนักงานนั่งอยู่เต็มทุกช่อง แต่ทุกคนเป็น "พนักงานขาย" คือ ขายอย่างเดียว ไม่ทำอย่างอื่น แค่เหลือบตามามองแล้วก็ก้มมองหน้าจอคอมฯต่อ เหมือนกับว่า "เล่นเกมส์ ยุ่งอยู่" ลูกค้าก็เลยปรึกษากันว่า เอาไงดี พอตกลงได้ว่ามาใหม่พรุ่งนี้ หันไปบอก "ขอบคุณค่ะ" พนักงานหญิงผู้นั้นก็หายตัวไปเสียแล้ว... Hellomoto! Can you hear me?

การบริการแบบขอไปที่เป็นปัญหาที่สำคัญของประเทศไทยเรา เราโฆษณาตัวเองต่อชาวต่างชาติเรื่องการบริการ แต่การบริการหลายๆอย่างของเราไม่ดี ก็น่าอาย

วิธีแก้ไข
  1. ตั้งใจทำงานที่เราทำอยู่ให้ดีที่สุด ให้ความสำคัญกับคุณภาพ
  2. คำนึงถึงลูกค้า ทั้งภายในและภายนอกองค์กร
  3. พบที่ใดบริการไม่ดี ก็ช่วยกันแจ้งให้สังคม หรือสำนักงานใหญ่ของที่นั่นทราย เพื่อการแก้ไข
  4. ฝึกลูกน้อง หรือพนักงานของเรา ให้ให้ความสำคัญกับการบริการ
แล้วประเทศเราก็จะเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นค่ะ

วันศุกร์, เมษายน 27, 2550

บัวขาว effect

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (23 เม.ย.) ได้มี​ปรากฏการณ์​บางอย่างขึ้นกับ blog นี้ คือมี traffic มากเป็น​ประวัติการณ์ เพิ่มขึ้นจากปกติขึ้น 10 เท่า! จากวันนึงมีคนหลงเข้ามาไม่กี่สิบคน เป็นหลงเข้ามาเป็นร้อยๆ(ร้อยๆมีร้อยกี่ครั้งก็เท่านั้นร้อยแหล่ะ :P) เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์มาจาก​คำค้น​ว่า "บัวขาว" ไม่ก็ "บัวขาว ป. ประมุข"

เดาว่า​ปรากฏการณ์​นี้ต้องเกิดจากการที่​สื่อใหญ่​ออกเรื่อง​บัวขาว​แน่ๆ ซึ่งหลังจากที่​กูเกิล​ดูแล้วก็ได้ความว่าทีไอทีวี ออกรายการ "ย้อนรอย บัวขาว" ไปเมื่อคืนก่อนหน้า

แต่เป็นที่หน้าเสียดายว่า ปัญหาหนึ่งในประเทศไทย การปิดกั้น​อิสระ​ในการรับรู้ของประชาชน ทำให้​คนไทย​ที่อยากรู้จัก​บัวขาว คนไทย​ที่ทำชื่อเสียงให้กับประเทศ กูเกิลเข้ามา blog นี้ แล้วไม่ได้ดูวีดีโอบัวขาว (เพราะ ICT ยังบ้าอำนาจบล็อก youtube อยู่)

blog นี้ยังไม่เปลี่ยนวัตถุประสงค์ ไปเป็น blog วีดีโอบัวขาว แต่ขอทำหน้าที่เป็นสื่อ(ตัวเล็กๆ)ให้คนไทยที่อยากรู้จัก"บัวขาว ป. ประมุข" ได้เห็นความสามารถคนไทยที่ดังระดับโลกจริงๆหน่อย

คราวนี้เลยขอ​คลิป​จากเท่าที่มีในกูเกิลวีดีโอมาให้ดู





วันพุธ, เมษายน 04, 2550

ICT ยอมรับสั่งบล็อค YouTube ทั้งเว็ปไซต์

รัฐมนตรี​กระทรวง ICT ด.ร. สิทธิชัย โภไคยอุดม ให้สัมภาษณ์​รอยเตอร์ ยอมรับสั่ง​บล็อค YouTube ทั้ง​เว็ปไซต์ หลังได้พยายามขอความร่วมมือ​กูเกิล​หลายครั้งในสัปดาห์ที่แล้ว ให้นำคลิปตัดต่อหมิ่น​พระบรมฉายาลักษณ์​ออกไม่เป็นผลสำเร็จ ด.ร. สิทธิชัย ยังกล่าวต่ออีกด้วยว่า ICT จะเลิกบล็อค YouTube ก็ต่อเมื่อ YouTube นำเอา​คลิป​นั้นออกไปแล้ว

โดย YouTube ได้ถูก​บล็อค​ทั้งแต่คืนวันที่ 3 เม.ย. จนปัจจุบันนับเป็นเวลาครบหนึ่งวันเต็ม ยังไม่สามารถเข้า​เว็ปไซต์​จาก​อินเตอร์เน็ท​ในประเทศ​ได้
จาก - blognone (ซึ่งผมเขียนเอง :P)

ในความคิดของผม การกระทำของผู้​โพส์​วีดีโอ​นั้นเป็นสิ่งที่คนไทยทั้งชาติไม่สามารถอภัยได้ แต่ถึงจะอย่างนั้น การปิดกั้นอิสระ​ในการรับรู้ของประชาชน ก็เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้อยู่ดี

YouTube ถูกไอซีทีบล็อก (อีกแล้ว)

เป็นอีกครั้งที่รัฐละเมิดสิทธิของประชาชน สิทธิในการมีเสรีภาพที่จะได้รับรู้ข้อมูลข่าวสาร

ปัญหา
1. สิทธิในการรับรู้ข้อมูลของประชาชนถูกริดรอน

ผล
1. ประชาชนก็มีแนวโน้มแต่จะโง่ลง ในเมื่อความจริงถูกรัฐปิดบัง

สาเหตุ
1. รัฐมีความคิดที่ผิดต่อเสรีภาพ รัฐไม่คิดว่าการมีเสรีภาพเป็นสิ่งที่สำคัญที่มนุษย์ควรจะผึงมี

แก้ไข
1. ร่วมแสดงความคิดเห็นของท่านต่อการปิดกั้นข่าวสารนี้ที่ กลุ่มเสรีภาพต่อต้านการเซ็นเซอร์แห่งประเทศไทย หรือที่รัฐบาลโดยตรงที่ parliament.go.th

วันจันทร์, เมษายน 02, 2550

ฟุตบอลไทย vs ฟุตบอลอินโด

เจอบทความนี้ในกระทู้บอลไทย (thaifootball.org) โดยบังเอิญ เลยอยากมาแบ่งบันให้ได้อ่านกัน


ผมขอ เล่าประสบการณ์ ดูบอลครั้งแรกใน อินโด​หน่อยนะครับ ขอโทษนะครับ อาจยาว และผมเขียนไม่เก่ง แต่เขียนจาก ที่ผมสัมผัสจริงๆ

ตอนนี้ผมทำงานที่ ประเทศ​อินโด อยู่​เกาะกาลิมันตัน ที่บ้านเราเรียก เกาะบอร์เนียว คนของประเทศ​อินโด ยากจน​กว่าบ้านเรามากครับ ความเจริญ นับว่าล้าหลัง​ประเทศไทย นับสิบปี การเดินทางจากเมืองหนึ่งไปเมืองหนึ่งลำบากมากครับถนนที่เล็ก คดเคี้ยว ตามไหล่เขา ระยะทางสองร้อยกิโล ใช้เวลาอย่างเร็ว ก็ ห้าชั่วโมง

เมืองที่ผมอยู่ มี​ทีมฟุตบอล​ที่ได้เข้าไปเล่น เล่นใน​ลีคสูงสุด​ของประเทศ คนที่นี่เขา​ภูมิใจ​มาก แข่งแบบเหย้า-เยือน ผมเข้าไปดูใน​สนาม​ครั้งแรก เป็นเจ้าบ้าน ชื่อสนาม เปอร์ซิบ้า รับการมาเยื่อนของทีมจาก เกาะสุลาเวสี ครับ ( ครั้งแรกผมไปคนเดียว รู้จากการขับรถผ่านหน้าสนามเห็นป้าย และคนเยอะ เลยเข้าไปดู)

บรรยากาศผมบอกเลย นะครับว่าขนลุก บอลเตะ ห้าโมง สี่โมงครึ่งผมไปถึง คนเต็ม​แล้วครับ ต่อแถวกันยาวเหยียดเพื่อจะเข้าไป​ดูบอล ผมซื้อ​ตั๋วผี จากคนเร่ขายหน้า​สนาม​บัตรขายหมดไปแล้ว นอกสนามคนคึกคัก คึกครื้นมาก อย่างกะมีงานวัดบ้านเรา คนขายน้ำ ขายถั่ว หมากฝรั่ง ซาลาเปา วุ่นวายกันไปหมด พวกเด็กวัยรุ่น หนุ่มสาว ผู้ใหญ่ เบียดเสียด ยัดเยียด เพื่อเข้ามาเชียร์บอลเต็มไปหมด กว่าผมเข้าสนามได้ ต้องแย่งเบียดกันเข้าไป ข้างใน ในสนาม คนเต็มทุกที่นั่ง (พอบอลเริ่มเตะ กลายเป็นที่ยืน) ไม่มีที่ว่างเลย มองออกไป ตามต้นไม้ ต้นไม่ที่นี่ ออกลูกเป็นคนครับ เด็กๆ ที่เข้าสนามไม่ได้เพราะคนเยอะ บางคนไม่มีเงินซื้อตั๋ว ก็ปีนตนไม้ ครับ เต็มทุกต้น ทั้งบนหลังคาบ้านที่ใกล้สนามด้วยครับ

ในสนาม นักฟุตบอล​ที่วอร์ม อยู่ทั้งสองทีม เชื่อไหมครับ ประเทศจนๆ อย่างนี้ เมือง​ต่างจังหวัด​อย่างนี้ สามารถ จ้างนักเตะฝรั่งมาเล่น กลองกลางตัวคุมเกมเป็น ฝรั่ง ปีกซ้าย ขวา ก็ ฝรั่ง กลางหน้าตัวขาวๆ จิ๊ดมาก เล่นเก่งมาก จนผมต้อง ถามคนที่นั่งข้างๆ เขาบอก มาจาก ชิลิ กองหลัง ตัวดำใหญ่ๆ เข้าบอลแน่นมาก นี่ แอฟริกา ครับ ทีมฝั่งตรงข้าม ก็ มีต่างชาติไม่น้อยเช่นกัน ครับ
ใช้โค้ช ต่างชาติทั้งสองทีม

ผมคิดว่า ทำไมประเทศที่​ยากจน กว่าเรา ลำบากกว่าเรา ทำไมเขามีปัญญาจ้าง ต่างชาติมาเล่นได้ การเดินทางก็ลำบาก ถนนหนทางไม่เจริญ ไปแข่ง ต่างเมืองแต่ละที เดินทางเป็นวันๆ
ประเทศนี้ ภุมิประเทศเป็นเกาะเล็กเกาะน้อย มีเกาะใหญ่ๆ อยู่ ห้า เกาะ ข้ามเกาะ ต้องนั่งเครื่องบินอย่างเดียว ในการเดินทาง ค่าใช้จ่ายสูงมาก

ทำไม เขาทำได้ เขาด้อยกว่าเราทุกอย่าง ... อ่านต่อ


สำหรับผม อ่านแล้วได้ความว่า ถึงแม้​ฟุตบอลทีมชาติไทย​จะเก่งกว่า ประเทศเพื่อนบ้าน​อย่าง อินโดนีเซีย, เวียดนาม, อื่นๆ แต่​ฟุตบอลอาชีพ​ในประเทศไทยนั้น ยัง​ด้อยพัฒนา​กว่ามาก ด้อยพัฒนา​กว่าของประเทศอินโดนีเซีย เพราะ​ฟุตบอลอาชีพในไทย​นั้น ไม่มีคนดู ไม่มีคน(เก่งๆ)เตะ (นักเตะทีมชาติไทย​ขายแข้งไปต่างประเทศอย่าง เวียดนาม สิงคโปร์) เพราะ​ปัญหาการจัดการ​ของผู้มีหน้าที่รับผิดชอบ (สมาคมฟุตบอลไทย?)

ปัญหา
1. ฟุตบอลในประเทศ​ด้อยพัฒนา

สาเหตุ
1. ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบพัฒนา ไม่ทำหน้าที่ให้ดี

แก้ไข (ภาคประชาชน)
1. แสดงออกซึ่งความไม่พอใจ ในการ(ไม่)ทำงานของผู้มีหน้าที่ เช่น ปรากฎการณ์ VJ GET OUT
2. สื่อก็น่าจะเห็นแก้เงินน้อยลง สร้างกระแสฟุตบอลต่างประเทศให้น้อยลง ช่วยกันพัฒนาวงการฟุตบอลไทยจากหน้าที่ของสื่อให้มากขึ้น

คนไทย บ้าบอล(แต่ไม่ใช่ ฟุตบอลไทย)

เป็นความจริงที่หน้าเศร้าว่า ผมและเพื่อนๆชาวไทยจำนวนมาก(น่าจะหลายล้านคน) รู้จัก​นักฟุตบอลยุโรป​มากกว่า​นักฟุตบอลทีมชาติไทย​ของตนเอง อย่างเช่น​นักฟุตบอลทีมชาติอังกฤษ คนไทย​หลายคนบอกชื่อพร้อมตำแหน่งได้หมด แต่สำหรับ​ทีมชาติไทย​นั้นไม่รู้จักเลย อันนี้ผมคิดว่าไม่ใช่เป็นเพราะว่า​คนไทย​รักประเทศ​อังกฤษมากกว่า​ประเทศไทย​แต่อย่างไร แต่เพราะอะไรถึงเป็นอย่างนั้น?

จากการลองคิดขึ้นมาดูเล่นๆแล้ว ได้ว่า
1. ฟุตบอลอาชีพไทย​ไม่มีความน่าสนใจ เลยไม่มีคนดู ไม่มีผู้สนใจติดตาม
-เมื่อไม่มีคนดู ก็ไม่มีใครทำข่าว
-ก็เลยยิ่งไม่มีคนรู้จัก คนดู ไม่มีคนสนใจเข้าไปอีก
2. สื่อ​ขายข่าว​ฟุตบอลต่างประเทศ​มากเกินควร คิดถึงแต่จะหาเงินแต่ไม่คิดถึงประโยชน์ของ​สังคม(ผู้นำเข้าการถ่ายทอดสดชอบอ้างว่าเพื่อเป็นการ​พัฒนาวงการ​ฟุตบอลไทย​ แต่ผมก็เห็นถ่ายทอดมาเป็นสิบๆปีแล้ว แต่ก็ไม่เห็นวงการ​ฟุตบอลไทย​พัฒนาขึ้นมาเลย)

วิธีแก้
1. ก็ต้องแก้จากต้นเหตุ อันนี้ผมมองว่ามันทำมาผิดตั้งแต่ต้นแล้ว
ไหนมาดูกันว่าตอนนี้​ฟุตบอลอาชีพ​มีทีมอะไรบ้าง
12ทีม ไทยแลนด์ พรีเมียร์ลีก(พ.ศ.2549)
ม.กรุงเทพ, โอสถสภา M150, บีอีซี เทโรฯ, พนักงานยาสูบ, ธ.กรุงเทพ, ทหารบก, การท่าเรือ, ชลบุรี, ธ.กรุงไทย, การไฟฟ้าฯ, ไทยฮอนด้า, สุพรรณบุรี
12ทีม ลีก ดิวิชั่น 1((พ.ศ.2549)
สโมสรตำรวจ, ราชนาวี, ศุลกากร, ทีโอที, ชลบุรี-สันนิบาตฯ, โค้ก-บางพระชลบุรี , เซ็นทรัล, รัตนบัณฑิต , ทหารอากาศ , ม.เกษตรศาสตร์ , ราชวิถี, สมุทรปราการ

ผมดูไม่ออกเลยว่าใช้อะไรเป็นหลักในการจัดตั้งทีมพวกนี้ขึ้นมา ผมคิดง่ายๆว่า กีฬาอาชีพ​จะอยู่ได้ต้องมีคนดู มีแฟนทีม ดู24ทีมด้านบนแล้วผมไม่รู้เลยว่าจะเชียร์ทีมไหนดี เพราะมันไม่มีความผูกผันกับองค์กรอะไรพวกนี้เลย (คือจะเชียร์มันไปทำไม? ญาติก็ไม่ใช่) มันต้องทำแบบ​ต่างประเทศ​เค้าคือ ต้องผูก​ทีมฟุตบอล​ไว้กับชุมชน คือเป็น​ทีมฟุตบอล​ของแต่ละชุมชน แล้วแฟนๆก็จะเป็นคนในชุมชนนั้นๆโดยอัตโนมัติ (บอกผมซิว่ามีประเทศไหนว่า ทีมฟุตบอล​ไม่ใช่ชื่อเมือง?) วันเสาร์อาทิตย์ไม่รู้จะทำอะไรก็เดินไป​สนามกีฬา ดูฟุตบอล คนแทบๆนั้นก็เป็น​แฟนทีมฟุตบอล​ทีมเดียวกันหมด มีความรู้สึกผูกผัน ความเป็นเจ้าของขึ้น คือเรียกว่าเป็น​แฟนทีม​ขึ้น

ฟุตบอลอาชีพไทย​ต้องมีการปฏิวัติเปลี่ยนแปลงใหม่หมดไปใช้หลักความคิดที่กล่าวมาแล้ว เริ่มจาก ตั้งทีมฟุตบอล​ตามชุมชน ชุมชน​ไหนมีStatiumก็จัดตั้งขึ้นมาเลย(แต่ให้มันกระจายกันหน่อย อย่างเช่น กรุงเทพ ก็ให้มีสองทีมคือที่​สนามศุภชลาศัย กับ สนามราชมังคลากีฬาสถาน) แล้วให้Statiumนั้นๆเป็นStatiumประจำทีมไป

2. การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ข้างต้น ต้องใช้ความร่วมมือจากหลายๆหน่วยงาน เช่น
-สำนักงานเขต​หรือจังหวัดนั้นที่จะมี​ทีมฟุตบอล​ในการสนับสนุนเรื่องต่างๆ เช่นการเงิน,
-จาก​สายการบิน​ไทยเรื่องค่าการเดินทางระหว่างการแข่งขัน,
-จาก​หน่วยงานเอกชน​ในการเป็นสปอนเซอร์โฆษณาหลักของทีม (ให้ใช้เป็นส่วนหนึ่งของชื่อทีมมันไปเลยก็ได้ แต่ของค่าโฆษณาเยอะๆหน่อย)
-จากสื่อ ต้องช่วยส่งเสริม โปรโมตให้มีคนดูเยอะๆ ทำข่าว​ฟุตบอลอาชีพ​ไทยให้มากขึ้น ฟุตบอลต่างประเทศให้น้อยลง

ดูเพิ่ม
สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย
ทีมฟุตบอลทีมชาติไทย

วันพุธ, มีนาคม 28, 2550

ไฮไลท์ บัวขาว ป. ประมุข

เป็นเวลาประมาณเก้าเดือนแล้วหลังจากที่โพสท์เรื่องบัวขาวไป ปรากฎว่าระหว่างนั้น มี​วีดีโอไฮไลท์​ของ​บัวขาว​ที่แฟนชาวต่างชาติทำขึ้นมา เพิ่มขึ้นมาก (มากๆ) (แต่ก่อนดูจาก k-1fans.com มีแค่ 2-3 อัน) เรียกได้ว่า บัวขาว​นั้น​ดังระดับโลก​แล้วจริงๆ

โพสท์นี้ขอเลือก​ไฮไลท์​เด็ดๆ ขึ้นมาให้​แฟนๆ​ชาวไทย​ดูกัน 3 อัน








บัวขาว​ดังไปทั่วโลกถึงไหนต่อไหนแล้ว สื่อไทยครับ ทำอะไรอยู่ครับ? ไม่เคยเห็นออกข่าว ออกรายการอะไรเลยครับ ค่าลิขสิทธิ์ K-1 อาจจะแพง แต่มันก็เป็นเรื่องที่​น่าภมูิใจ ที่​คนไทย​ควรจะได้รับรู้ไม่ใช่เหรอ?

วันพุธ, มีนาคม 14, 2550

ความสุขของกะทิ







วรรณกรรมไทย​ที่ได้รับการแปลแล้ว 5 ภาษา 6 สำนวนแปล [อังกฤษ (ออสเตรเลีย​และ​สหรัฐอเมริกา) ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส เยอรมัน และคาตาโลเนีย]
  • บทแปลภาษาอังกฤษ โดย Prudence Borthwick ได้รับรางวัลที่สองจากการประกวดงานแปล John Dryden Translation Competition จัดโดยสมาคมวรรณคดีเปรียบเทียบแห่งอังกฤษ (British Comparative Literature Association)
  • สมาคมห้องสมุดเด็กในสหรัฐอเมริกา (The Junior Library Guild) คัดเลือกให้เป็นหนังสือแนะนำสำหรับ​บรรณารักษ์​ทั่ว​สหรัฐอเมริกา


วรรณกรรมไทย​โดย งามพรรณ เวชชาชีวะ เล่มละ 105 บาท (ถูกกว่าดูหนังโรงอีก)
ของดีของไทย​ก็ต้องสนับสนุน ... ผมอ่านแล้ว คุณล่ะอ่านแล้วรึยังครับ :-)

วันพุธ, กุมภาพันธ์ 21, 2550

ชาญวิทย์ ผลชีวิน ทางเลือกระหว่างชาติกับเงินตรา

เป็นที่ประจักแล้วว่า “โค้ชหรั่ง” ชาญวิทย์ ผลชีวิน เลือกที่จะคุมทีม​ฟุตบอล​ในลีกเวียดนามมากกว่าที่จะเป็น​กุนซือใหญ​่ทีมชาติไทย​ต่อไป เงินไม่ได้ซื้อได้ทุกอย่าง แต่ซื้อ​โค้ชหรั่ง​ให้ไปจาก​ทีมชาติไทย​ได้

สำหรับผม เหตุการณ์นี้เป็นจุดที่บอกถึงความ​ตกต่ำ​ถึงขีดสุดของ​ฟุตบอลไทย หลังจากที่เราเสียนักเตะฝีเท้าดีไปให้​วีลีก(และ​เอสลีก) หลายต่อหลายคน คราวนี้เป็นคราวของ​หัวหน้าโค้ช เราไม่ได้เสียคนไปให้ประเทศที่ทีม​ฟุตบอล​มี​มาตราฐาน​ระดับสากลโลก เช่นทีมใน​ยุโรป อเมริกา ญี่ปุ่น แต่เป็นประเทศ​เวียดนาม ประเทศเพื่อนบ้าน​ที่​ด้อยพัฒนา​เหมือนกัน แต่ดูจะเห็นได้ชัดว่า ด้อยพัฒนา​ของเค้านั้น“กำลังพัฒนา”อยู่จริงๆ ไม่ใช่“ด้อยพัฒนา”ในแบบที่“ไม่พัฒนา”อย่างวงการฟุตบอลไทย

จากข่าว
ซึ่งต้องยอมรับว่าข้อเสนอของ​ทีมน้องใหม่​ลีกเหงียน​น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะเขาพร้อมที่จะจ่ายตามที่ตนได้เสนอไปทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็น​เงินเดือน​ที่ตกประมาณ 4 แสนบาท บวก​โบนัสแข่งขัน และ​สวัสดิการ​ทั้ง บ้านพัก-รถยนต์ รวมถึงอื่นๆอีกมากมาย ซึ่งข้อเสนอแบบนี้ตนคิดว่าไม่มี​โค้ชมืออาชีพ​ที่ไหนจะปฏิเสธได้ลง เพราะถือเป็น​ค่าจ้าง​โค้ช​ที่สูงที่สุดในบอล​ลีกเวียดนาม​แล้ว

ถ้าเอา​ผลตอบแทน​ในรูปแบบของ​เงินตรา​เป็นตัวตั้งในการ​ตัดสินใจ​แล้ว คงยากที่จะปฏิเสธจริงๆ แต่ถ้าเอา​ประเทศชาติ​เป็นตัวตั้งแล้ว คงไม่มี​โค้ช​รักชาติ​ที่ไหนจะรับงานนี้ได้เช่นกัน

เมืองด่องทับ เพิ่งได้รับการสถาปนาเป็น​จังหวัดใหม่​ของ​เวียดนาม ดังนั้น จึงมีงบประมาณมหาศาลในการ​พัฒนากีฬา ซึ่งเขาต้องการให้ผมไปอยู่ที่นั่นไม่ใช่แค่คุมบอลเท่านั้น แต่อยากให้ไปช่วยพัฒนา​วงการกีฬา​ของ​จังหวัด​ด้วย

ฟังดูราวกับว่าวงการ​ฟุตบอลไทย​อิ่มตัวกับ​การพัฒนา​แล้ว บุคคลากร​ของไทยยินดีที่จะไปช่วยพัฒนาให้กับวงการของ​ประเทศเพื่อนบ้าน​เมื่อค่าตอบแทนดี แต่​ปัญหา​คือ​วงการ​ฟุตบอลไทย​ไม่ว่าจะ​ทีมชาติ​หรือ​ฟุตบอลอาชีพ​นั้น​ด้อยพัฒนา​อยู่มาก (ซึ่งจำเป็นที่จะต้องมีบุคคลากรที่มีคุณภาพมาช่วยพัฒนา!)

กุนซือทีมชาติไทย เผยต่อไปว่า บรรยากาศและความคลั่งไคล้เกมลูกหนังที่​ด่องทับ​จัดว่าคึกคักเป็นอย่างยิ่ง เฉลี่ยต่อนัดจะมีคนเข้าไปชมเกมฟาดแข้ง​บอลลีก​กว่าหมื่นคน ขณะเดียวกันเขาก็ลงทุนจ้างนักเตะต่างชาติทั้งจาก​ไนจีเรีย, อุซเบกิสถาน และรัสเซีย เขามาอยู่ในทีม ซึ่งหากตนเข้าไปคุมก็สามารถตัดสินใจเลือกได้เลยว่าจะใช้งานนักเตะเหล่านี้ต่อหรือไม่ หรือจะนำ​นักเตะไทย ไปเสริมทีมด้วยก็ไฟเขียวให้เต็มที่

หมื่นคน!! ในขณะที่ใน​ประเทศไทย​มีคนดูน้อยกว่าคนเตะ! ก่อนที่จะ​พัฒนา​วงการฟุตบอล​บ้านเค้า ทำไมไม่​พัฒนา​วงการฟุตบอล​บ้านเราก่อนล่ะครับ อาจารย์ชาญวิทย์?

จะนำ​นักเตะไทย​ไปด้วย!! ตัวเองไม่​ช่วยชาติ​ไม่พอ จะพาคนเก่งๆคนอื่นไปจาก​ประเทศไทย​ด้วย? เอาเป็นว่าผมเข้าใจอาจารย์แล้วล่ะครับ ชาติมาทีหลังเงินมาก่อนจริงๆ

ปล 1. สมองไหล อันนี้เป็น​ปัญหา​ที่​ประเทศกำลังพัฒนา​ประสบเป็นอย่างมาก สาเหตุมักเกิดจากการที่ประเทศนั้นไม่สามารถให้ในสิ่งที่ประเทศอื่นสามารถมอบให้ได้ โดยมากมักเป็นรูปแบบของ​เงินตรา และ ความเป็นอยู่ที่ดีกว่า

ปล 2. ก็ไม่รู้ว่าการที่​ฟุตบอลไทย​มันด้อยพัฒนานั้นเป็นความผิดของใคร แต่​นายกสมาคม​ก็ยังเป็นคนเดียวคนเดิมมาสิบปีแล้ว คือนายวิจิตร เกตุแก้ว ผมว่าถ้าไม่ทำงานก็ออกไปเถอะ

วันจันทร์, กุมภาพันธ์ 19, 2550

คนไทย หนึ่งในหก พนันฟุตบอล

ข้อมูลจากการสำรวจนี้เป็นข่าวเมื่อ​ฟุตบอลโลก​ปีที่แล้ว (เขียนถึงช้าไปมากหน่อย :P) ผลการสำรวจบอกว่า​คนไทย​6ล้านคนพนันบอล เป็นตัวเลขที่น่าตกใจ ตอนแรกไม่อยากจะเชื่อว่าเป็นตัวเลขที่เชื่อถือได้ แต่มานึกๆดูแล้ว ขนาดผมไม่ได้อยู่ใน​สังคม​ที่ใกล้กับ​อบายมุข​การพนัน ผมก็มีคนรู้จักที่​เสียอนาคต​จากการ​พนันบอล​เหมือนกัน

  • คนหนึ่งถูกฆาตกรรมเพราะติดหนี้​พนัน
  • อีกคนหนึ่ง เสียพนัน​แล้วเอาเงินบริษัทไป​พนันต่อ โดนจับได้ ติดคุก หมดอนาคต

ใครเล่น​พนัน​อยู่ก็เลิกเสียเถอะนะครับ ก่อนจะสายเกินไป

ทรู

ติด adsl ของ​ทรู มาได้สัก 3 อาทิตย์ มีช่างมาแก้​ปัญหาอินเตอร์เน็ท​ที่บ้าน 3 รอบ โทรไป call center 02-900-9898 หลายครั้ง ไม่ได้นับว่ากี่ครั้ง

ปัญหา​ในการใช้งาน​อินเตอร์เน็ททรู​คือ
1. การเชื่อมต่อหลุดบ่อย
2. ความเร็วตกบ่อย บางครั้งใช้ได้ไม่มีปัญหา(แต่ก็ไม่กี่วัน) วันที่แย่ๆ ก็หลุดทุกๆชั่วโมง

ปัญหา​ในการ​บริการ​ของ​ทรู
1. ให้รอสายนาน ครั้งล่าสุดรอไป 37 นาที (ระหว่างเขียนโพส์นี้)
ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังให้บริการลูกค้าท่านอื่นอยู่ กรุณาถือสายรอสักครู่ ขอบคุณคะ

2. พนักงาน(บางคน)ไม่สุภาพ ไม่ฟัง​ลูกค้า​พูด จะพูดแต่สิ่งที่ตัวเองถูกสอนมาให้พูด
3. ให้​ลูกค้า​กดบอกเบอร์ที่จะรับบริการแล้ว แต่ก็ยังต้องบอกเบอร์นั้นอีกเมื่อ​พนักงาน​รับสาย
4. โฆษณาพยายามขายสินค้าอื่นระหว่างให้​ลูกค้า​รอรับบริการ

ให้รอ ไม่ขอโทษที่ให้รอ บริการไม่ดี แล้วยังจะมาขายของอีก? มารยาทอยู่ที่ไหน?
ใครเจอปัญหาอย่างเดียวกับผมบ้างไหมครับ?

ปล. หลังจากรอ 37 นาที ทรู​ก็วางหูโทรศัพท์ของผม

Cheating in Thai fresh market

ตลาดสด​กว่า 50% โกงตาชั่ง


วันนี้ดูรายการจุดเปลี่ยน ช่อง 9 เค้าทดสอบว่า ของที่ซื้อมาจากตลาดสดนั้น โดน​โกงตาชั่ง​กันมากน้อยแค่ไหน ได้ความมาว่า
1. จากการทดสอบ 100 รายการ โดนโกง​ไป 54 รายการ
2. รายการผลไม้มีโอกาสถูก​โกง​ได้มากที่สุด
3. การ​โกงตาชั่ง​นั้น แม่ค้าสามารถเลือก​โกง​ได้
จากการทดสอบของรายการ ไม่ว่าจะเด็กหรือแม่ค้าด้วยกันเองโดน​โกง​หมด อาซ๋อไฮโซ เสี่ยนักธุรกิจไม่ต้องพูดถึงโดนเต็มๆ มีแต่คุณลุงดูจนๆ กับตำรวจในเครื่องแบบไม่โดน​โกง(ได้น้ำหนักเกินด้วยแหน่ะ)

ปัญหา
1. (แน่นอน)ผู้บริโภคเสียประโยชน์ ได้ของไม่ครบกับเงินที่จ่าย
2. การ​โกง​ใน​สังคมไทย กลายเป็นเรื่องธรรมดา เกิดขึ้นทุกหย่อมหญ้า ไม่ว่าจะมีมากมีน้อยก็ไม่เคยมีพอ ต้องการที่จะได้ขอที่ไม่ใช่ของตัวเองเสมอ ไม่ว่าจะด้วยการ​โกง​หรือไม่ก็ตาม

วิธีแก้
1. ผู้บริโภค​ต้อง​รักษาสิทธิ​ของตัวเอง ในเมื่อรู้กันแล้วว่า ซื้อของจาก​ตลาดสด​มีโอกาสโดนโกง​ตาชั่ง​มาก ก็ต้องตรวจสอบว่าของที่ซื้อมาน้ำหนักตรงไหม ร้านไหนซื้อมาแล้วไม่ต้อง ก็อย่าไปซื้ออีก ไม่ใช่แค่เพราะจ่ายเกิน แต่เพราะเราต้องแอนตี้การ​โกง


2. หน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบ(กรมคุ้มครองผู้บริโภค กรมส่งเสริมความเป็นธรรมทางการค้า?) ต้องทำหน้าที่ของตัวเองให้ดี ตรวจสอบและลงโทษผู้กระทำผิด

คนไทยเช็ดก้นไม่ใช่กระดาษจริงเหรอ?


ญี่ปุ่น: คนไทยเช็ดก้นไม่ใช้กระดาษ ใช้น้ำกับมือล้างก้น จริงเหรอ?
ไทย: ก็แล้วแต่คนมั้ง คือห้องน้ำสาธารณะในไทย ไม่มีกระดาษชำระเตรียมไว้ให้
ญี่ปุ่น: ไม่ใช่กระดาษแล้ว ก้นเปียกๆ ใส่กางเกงยังไงเหรอ?
ไทย: อันนี้ก็เป็นอะไรที่(กู)ก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน



นี่บทสนธนาของผมกับเพื่อนชาวญี่ปุ่น คิดว่าเขาคงได้ข้อมูลนี้มาจากหนังสือนำเที่ยว

ความจริงก็คือความจริง ห้องน้ำสาธารณะในประเทศไทยไม่มีกระดาษชำระ เป็นส่วนน้อยมากที่มีเตรียมไว้ให้และมักจะเป็นตามห้างสรรพสินค้าหรือโรงแรมหรู ลองคิดดูว่าทำไมถึงไม่มี กระดาษชำระก็ไม่ได้แพงอะไร ประเทศเราจนขนาดนั้นเชียวหรือ? ได้คำตอบว่า ถ้ามีกระดาษก็จะมีคนเอาไปเป็นของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นพนักงานทำความสะอาดหรือผู้ใช้ เอาไปใช้ที่บ้านบ้างแหล่ะ ที่ทำงานบ้างแหล่ะ เมื่อเป็นแบบนี้ เตรียมไว้ให้ใช้เท่าไหร่ก็ไม่พอล่ะครับ กระดาษสำหรับหนึ่งอาทิตย์ วันเดียวก็หมดครับ

เหตุ
1. คนไทยไม่ได้มีความคิดว่า "ของสาธารณะเป็นของส่วนรวม ใช้ด้วยกัน ต้องช่วยกันรักษา"
2. แต่กลับมีความคิดว่าของสาธารณะเป็นของฟรีที่ตัวเองมีสิทธิได้ และต้องตักทวงจากมันให้ได้มากที่สุด คิดว่าคนอื่นก็ทำเหมือนกัน ถ้าไม่ทำแล้วจะเสียประโยชน์เพราะตัวเองก็มีสิทธิ(และอยากจะใช้สิทธิให้เต็มที่)

ผล
ของสาธารณะในเมืองไทย...
1. ดีๆมีก็หายหมด
2. ดีๆมีก็เสียหมด

วิธีแก้
1. ต้องปลูกฝังให้คนไทยคิดว่า "ของสาธารณะเป็นของส่วนรวม ต้องช่วยกันรักษา ไม่อย่างนั้นแล้วจะไม่มีให้ใช้"

ดูเพิ่ม
1. ห้องน้ำสาธารณะที่ไหนก็ได้ในประเทศ

วันจันทร์, กุมภาพันธ์ 12, 2550

Thailand national teem FIFA ranking

ฟุตบอลไทย

ในขณะที่ความนิยมในตัวกีฬา​ฟุตบอล​ในบ้านเรามากขึ้นๆ ฝีเท้าของ​ทีมชาติไทย​เมื่อเทียบกับสากลโลกแล้ว ไม่ได้พัฒนาขึ้นเลย แต่กลับถอยหลังลงอย่างหน้าใจหาย



ก็ไม่รู้ว่าเป็นความผิดของใคร แต่​นายกสมาคม​ก็ยังเป็นคนเดียวคนเดิมมาสิบปีแล้ว คือนายวิจิตร เกตุแก้ว

วันพุธ, สิงหาคม 30, 2549

คนไทยต้อง"เลือกข้าง" ข้างของความถูกต้อง

ผมเกลียดนิสัยคนไทยที่ชอบplay saveว่างตัวเป็นกลางมาเสมอ วันนี้(30 ส.ค.) อดีตนายกรัฐมนตรี นายอานันท์ ปัญยารชุน ออกมาพูด ตำหนิสังคมไทยว่า "สังคมไทยใช้คำว่าเป็นกลางพร่ำเพรื่อ"ได้ถูกใจผมมาก


ผมประกาศเลยว่าผมไม่เป็นกลาง ในชีวิตผมไม่เคยเป็นกลาง ไม่เคยเป็นกลางระหว่างความถูกกับความผิด ไม่เคยเป็นกลางระหว่างความดีกับชั่ว ไม่เคยเป็นกลางระหว่างประชาธิปไตยกับความไม่เป็นประชาธิปไตย ระหว่างธรรมกับอธรรม ไม่เคยเป็นกลางระหว่างกติกาตามรัฐธรรมนูญกับกติกาจัดตั้งระหว่างอิสรภาพของสื่อกับการกีดกั้นอิสรภาพ ผมอยู่ฝ่ายหนึ่งเสมอไป และตลอดชีวิตของผมก็หวังว่าฝ่ายที่ผมอยู่จะเป็นฝ่ายที่ถูกต้อง

วิกฤตการเมืองคราวนี้ได้เห็นผู้ใหญ่ในสังคมทนเห็นความไม่ถูกต้องที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองไม่ไหว ออกพูดให้คนไทยต่อสู้เพื่อความถูกต้องแล้ว ผมคนไทยคนหนึ่งมีกำลังใจที่จะสู้ขึ้นมาได้ไม่น้อยเหมือนกัน


วิธีแก้
1. คนไทยต้องเลือกข้าง ข้างของความถูกต้อง

ดูเพิ่ม
“อานันท์” ปลุกสังคมเลือกข้างความดี - ย้ำผู้นำต้องเป็นของคนทั้งชาติ โดยผู้จัดการออนไลน์

วันอังคาร, สิงหาคม 08, 2549

สาเหตุที่ประเทศไทยไม่เจริญ

คือ... คนไทยไม่ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดี

โลกาภิวัฒน์อาจจะทำให้ผู้ที่ขาดความเข้าใจบางคนนึกว่าประเทศเราเจริญเทียบทันกับประเทศที่เจริญแล้วนานาประเทศแล้ว เพราะสิ่งที่เค้ามีกันเราก็มีแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเครื่องอำนวยความสะดวกต่างๆ โทรศัพท์มือถือ รถไฟฟ้า ตึกรามบ้านช่อง แต่เป็นความจริงที่ถึงไม่อยากจะยอมรับก็ต้องยอมรับว่าประเทศไทยเรายังด้อยพัฒนากว่าประเทศที่พัฒนาแล้วมากนัก แต่ที่แย่กว่านั้นคือดูเหมือนว่าเราจะยังไม่รู้ตัว แต่ที่แย่ยิ่งไปกว่านั้นคือดูเหมือนว่าเราไม่รู้ว่าต้องทำอะไรถึงประเทศจะเจริญ และที่แย่ที่สุดคือดูเหมือนว่า เราไม่ต้องการจะเจริญ

สาเหตุที่ประเทศไทยไม่เจริญมีมากมายมหาสาร แต่ถ้าให้สรุปเป็นหนึ่งคำที่ครอบคลุมที่สุด สาเหตุนั้นก็คือ "คนไทย" ก็จะเป็นอะไรไปอะไรอื่นไปได้อย่างไร เมื่อโลกยุคปัจจุบัน(พันๆปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน)ทุกสิ่งที่อยู่รอบตัวเราตอนนี้มนุษย์เป็นผู้สร้าง(แทบ)ทุกอย่าง ความเจริญทางวัฒนธรรมหรือวัตถุก็เกิดจากมนุษย์ ประเทศที่พัฒนาแล้วผู้ที่พัฒนาก็คือประชาชนทุกๆคนในประเทศของเขา ประเทศไทยอยากจะพัฒนาก็ต้องเริ่มจากพวกเราทุกๆคน ไม่มีใครรัฐบาลไหนจะมาเสกให้ประเทศเจริญในช่วงข้ามปีได้ ความเจริญทางวัตถุที่แลกมาด้วยเงินก็ไม่อาจจะสร้างความเจริญให้ประเทศได้ เมื่อประชาชนในประเทศยังไม่เจริญทางความคิดและการกระทำ

คุณเคยถามตัวเองบ้างหรือไม่ว่าตัวเองได้ช่วยทำให้ประเทศเจริญขึ้น หรือถ่วงให้ประเทศด้อยลง(ไปอีก) การพัฒนาประเทศไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นเรื่องที่เราทุกคนทำทำอยู่ในทุกๆขณะ ไม่ว่าจะในหน้าที่การงาน ในหน้าที่ของผู้เป็นพ่อเป็นแม่หรือเป็นลูก ในหน้าที่ของประชาชนผู้มีสิทธิในระบอบการปกครองประชาธิปไตย ทุกๆการกระทำส่งผลลัพธ์ ถ้าเราทำดี ทำหน้าที่ต่างๆของตัวเองให้ดีที่สุด เราก็คือหนึ่งพลังของผู้ร่วมพัฒนาประเทศแล้ว ถ้าประเทศไทยเรามีคนที่ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีมากกว่าที่ไม่ทำแล้ว ประเทศไทยของเราก็จะเจริญขึ้นมาเอง

เพราะฉะนั้นสาเหตุที่ประเทศไทยไม่เจริญเป็นเพราะคนไทยไม่ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีนั้นเอง

วิธีแก้
1. ง่ายๆครับ ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดก็พอครับ เริ่มตนที่ตัวเอง

ดูเพิ่ม
ความนึกคิดและทัศนคติของประชาชนกับการพัฒนาประเทศ

วันพุธ, กรกฎาคม 26, 2549

คนไทยไม่กลัวโง่ แต่กลัวว่าคนอื่นจะคิดว่าเราโง่

กาแฟดำแห่งกรุงเทพธุรกิจเขียนไว้ได้ตรงใจมาก "คนไทยเราไม่กลัวโง่ แต่กลัวว่าคนอื่นจะคิดว่าเราโง่" คงไม่ต้องบรรยายอะไรเพิ่มเติ่มอีก :)


คนไทยเราต่างหากที่มี "ลีลา" และ "ฟอร์ม" มากเกินไป ความพยายามจะเรียนรู้ในสิ่งที่ไม่รู้นั้นถูกขัดขวางโดย "ความหน้าบาง" ของคนไทยเองที่ไม่กล้าถาม เพราะกลัวว่าการถามจะเป็นการ "แสดงความโง่" ของตัวเอง

ในขณะที่เพื่อนบ้านอย่างเวียดนามและพม่า เขาถามทุกเรื่องที่เขาอยากรู้ เพราะเขาไม่กลัวว่าใครจะคิดว่าเขาโง่ เพราะพอเขาถามแล้วได้คำตอบจากผู้ที่รู้ วันรุ่งขึ้นเขาก็กลายเป็นคนฉลาดอยู่แล้ว แต่ถ้าไม่ถาม หรือไม่กล้าถาม ก็ยังจะต้องโง่ต่อไป

คนไทยเราไม่กลัวโง่ แต่กลัวว่าคนอื่นจะคิดว่าเราโง่ และนี่แหละคือที่มาของความไม่ฉลาดของเราทั้งหลายทั้งปวง

โดย กาแฟดำ



วิธีแก้
1. คนไทยแต่ละคนในสังคม เริ่มจากที่ตัวเอง ช่วยกันกำจัดค่านิยม "ไม่กลัวโง่แต่กลัวคนอื่นคิดว่าตัวโง่" โดยยอมรับในสิ่งที่ตัวเองไม่รู้ และมีความกระตื้อรือล้นที่จะเรียนรู้ในสิ่งใหม่ๆ
2. ไม่ดูถูกผู้ที่ไม่รู้ ให้คิดว่าก่อนที่ตัวเองจะรู้ ตัวเองก็ไม่รู้มาก่อนเหมือนกัน

วันพุธ, กรกฎาคม 19, 2549

Individual Attitude to promote Thai open source

ทัศนะระดับบุคคลช่วยพัฒนาโอเพ่นซอร์สไทย

from IT destination blog



ถ้าเรายังทำเฉยๆ ไม่หนุนการใช้ลีนุกซ์/โอเพ่นซอร์สแบบจริงๆจังๆ แล้วล่ะก็วันนึง เราคงได้เสียเงินซื้อซอฟต์แวร์จากประเทศเพื่อนบ้านเราแน่ๆ หรือไม่ก็ถูกแรงงานไอทีของเค้าเข้ามาแย่งงานทำ หรือไม่อาจจะต้องเชิญเค้ามาเป็นที่ปรึกษาโครงการโอเพ่นซอร์สเป็นแน่แท้


วิธีแก้ (จากIT destination blog)
อันที่จริงแล้ว ทั่วโลกเค้าใช้กลไกขับเคลื่อนโอเพ่นซอร์สจากกลุ่มคนเล็กๆ เท่านั้น
ทำงานชิ้นเล็กๆ แล้วจึงขยายผลไปทีละเล็กทีละน้อยจนเติบโตแข็งแกร่ง อย่างที่เห็นได้จากซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์สหลายๆ ตัว แม้แต่เคอร์เนลลีนุกซ์ก็เกิดจากคนแค่ 2-3 คนริเริ่มขึ้นเท่านั้น

การที่จะทำให้ภาพความสำเร็จมีความกระจ่างชัดขึ้นได้นั้น จึงต้องเริ่มจากระดับตัวบุคคลก่อนไม่ใช่คาดหวังจากระดับองค์กรหรือภาครัฐ

ซึ่งการเริ่มต้นระดับบุคคลที่ว่านี้ มีหลัก 3 ประการ หรือ 3 ส. คือ

1. ส่วนรวม หมายถึง จะทำอะไรก็เห็นแก่ประโยชน์ของส่วนรวมเป็นสำคัญ เป็นความตั้งใจที่อยากเห็นสังคมส่วนรวม(ไอทีในประเทศของเรา) เจริญขึ้น พึ่งพาตนเองได้ มีภูมิคุ้มกันมีเข้มแข็ง ถ้าแต่ละบุคคลตระหนักถึงประโยชน์ของส่วนรวมแล้วก็จะทำงานด้วยความบริสุทธิ์ใจและนำตนเองพ้นจากอคติทั้งหลาย

2. เสียสละ คือ ยอมที่จะเป็นผู้ให้โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน มีน้อยก็ให้น้อย มีมากก็ให้มาก ไม่ว่าจะเป็นแรงกาย ทรัพย์สิน เวลา สติปัญญา ความรู้ รวมไปถึงความรู้สึกคับข้องที่อาจจะเกิดขึ้นได้จากการทำงานร่วมกับผู้อื่น หากนำความเสียสละคนละเล็กละน้อยมารวมกันย่อมเกิดกำลังที่มากขึ้นได้ซึ่งนำไปสู่ความเจริญของทุกฝ่ายในที่สุด

3. สนุก ข้อนี้สำคัญมาก บุคคลไม่ว่าจะเป็นใครหากทำงานด้วยความสนุกย่อมจะทำได้ไม่รู้จักเหน็ดจักเหนื่อย สำเร็จก็สนุก ยังไม่สำเร็จก็สนุก มีความสุขกับการทำหน้าที่ของตนเอง คนที่คิดและทำอย่างสนุกจะเป็นคนที่ไม่รู้สึกว่าเสียเวลาหรือขาดทุน มีแต่กำไร ถ้าคุณเคยอ่านหนังสือ “เอามัน” ของนาย Linus Torvald ก็จะเข้าใจว่าลีนุกซ์ก็เกิดจากความสนุกของเค้านี่เอง


burlight: สรุปคือ communityต้องพึ่งตัวเอง อย่าหวังพึ่งหน่วยงานรัฐ และขับเคลื่อนโครงการโอเพ่นซอร์สโดยหลักการ 3 ส.